ญี่ปุ่นเตรียมลาออกจากคณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกคณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ ( ไอดับเบิลยูซี ) เพื่อเตรียมกลับมาล่าวาฬ “เชิงพาณิชย์” อย่างเต็มรูปแบบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ว่าโดยอ้างจากรายงานของเอ็นเอชเค ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีมติเมื่อวันพฤหัสบดี เห็นชอบการเตรียมยื่นเอกสารสารออกจากการเป็นสมาชิกของคณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ ( ไอดับเบิลยูซี ) ที่ปัจจุบันมีสมาชิก 89 ประเทศ เพื่อเตรียมกลับมาล่าวาฬ “เชิงพาณิชย์” อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม นายยูกิ โมริตะ โฆษกสำนักงานล่าวาฬของกระทรวงเกษตรญี่ปุ่น กล่าวว่าการตัดสินใจ “ยังไม่เป็นทางการ” ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลญี่ปุ่นเผยกับสำนักข่าวเกียวโด ว่าการประกาศถอนตัวออกจากไอดับเบิลยูซีจะมีขึ้น “อย่างเป็นทางการ” ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งก็คืออีกยังไม่ถึง 2 สัปดาห์
 
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเคยข่มขู่ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของไอดับเบิลยูซีมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดเกิดขึ้นระหว่างการประชุมประจำปีของไอดับเบิลยูซีในปีนี้ ที่เมืองโฟลเรียนอโปลิสของบราซิล เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา มีมติเสียงข้างมาก 41 ต่อ 27 เสียง ประกาศ “ปฏิญญาโฟลเรียนอโปลิส” ที่เป็นการไม่รับรองข้อเรียกร้องของญี่ปุ่น ซึ่งต้องการให้ไอดับเบิลยูซียกเลิกคำสั่งระงับการล่าวาฬเชิงพาณิชย์ ซึ่งบังคับใช้อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2529 หลังมีการลงมติเมื่อปี 2525 สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้แก่ญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าการล่าวาฬคือ “กิจกรรมประจำปี” ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมานานหลายศตวรรษ แลเตรียมการสำหรับการออกเรือในปีหน้าแล้ว
 
อนึ่ง ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ( ไอซีเจ ) พิพากษาเมื่อปี 2557 ให้ญี่ปุ่นยุติการล่าวาฬในมหาสมุทรแอนตาร์กติก เนื่องจากไม่ได้เป็นการล่าวาฬเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ “อย่างแท้จริง” แม้ญี่ปุ่นยอมรับคำตัดสินด้วยการระงับฤดูการล่าวาฬระหว่างปี 2557 ถึง 2558 ทว่ากลับมาดำเนินการหลังจากนั้นด้วยการลดเป้าหมายลงมากกว่า 2 ใน 3 โดยเมื่อปี 2560 ญี่ปุ่นเผยการล่าวาฬมิงค์ 333 ตัว แต่ในจำนวนนี้ 122 ตัวเป็นวาฬมิงค์เพศเมียที่กำลังตั้งครรภ์