ข่าวฟุตบอล : ความเป็นไปได้ของโอบาเมยอง

ข่าวฟุตบอล : ความเป็นไปได้ของโอบาเมยอง ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว – สำนักข่าวแห่งหนึ่งในเมืองหลวงลูกหนังรายงานแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียงเจ้าเดียวในประเทศเลยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมยื่นข้อเสนอขอซื้อ ปีแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ของ อาร์เซน่อล

พิจารณาดูแล้วจึงเข้าใจได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็น “ข่าวเต้า” ที่พวกพี่ๆ นักข่าวแถวนั้นเขานั่งเทียนเขียนขึ้นมาเองแบบไม่ต้องมีที่มาหรือที่ไปอะไรมากมายซะมากกว่า

เหนือสิ่งอื่นใดคือสื่อนั้นคือ…เจ้ากรมข่าวลืออย่าง “เดอะ ซัน”

รู้ทั้งรู้นั่นแหละว่าน่าจะเป็นข่าวที่เสกขึ้นมาเอง แต่ใครเป็นเด็กผีเจอข่าวนี้แล้วคงอดฝันหวานพลางแสยะยิ้มไม่ได้ เนื่องเพราะนี่คือศูนย์หน้าที่มีความมหาประลัยมากที่สุดคนหนึ่งในเกาะอังกฤษและนาทีนี้ที่รับประกันคุณภาพด้วยตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วร่วมกับ โม ซาล่าห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ของ ลิเวอร์พูล (22 ประตู)

หลังจากนั้นข่าวนี้ก็เงียบหายไปตามสายลมและแสงแดดไม่มีการนำมาขยี้ต่อสักเท่าไหร่

สงสัยจะบิ๊วไม่ขึ้น

กระทั่งวันก่อนสื่อของ อิตาลี เจ้าหนึ่งอย่าง “ตุ๊ดโต้ เดลโล่ สปอร์ต” นำเสนอข่าวนี้อีกครั้ง

เมื่ออ่านอย่างละเอียดแล้วพบว่าเนื้อหาของข่าวไม่มีสาระสำคัญอะไรเลยประหนึ่งซดน้ำซุปแกงจืดที่ใส่วิญญาณหมู

สอบถามผู้เชี่ยวชาญการสาวเส้นมะกะโรนีประจำกองบัญชาการซอคเก้อร์ว่าสำนักข่าวแห่งนี้มีความน่าเชื่อถือขนาดไหนก็ได้รับคำตอบที่ทำให้ชื่นใจบรรลัยเลยว่า…พอๆ กับ เดอะ ซัน นั่นแหละ!

เหมือนจะจบข่าวนะครับ เพียงแต่ผมยังไม่อยากให้เรื่องมันจบง่ายๆ

ว่าแล้วลองจับ แมนฯ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง มาเล่นฟัคกลิ้งเลิฟกันดีกว่าแล้วมาดูว่ามันจะมีความเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน

เริ่มจาก อาร์เซน่อล ก่อน

มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะต้องยอมปล่อยดาวถล่มประตูระดับตีนพระกาฬของตนเอง?

อันดับแรกที่พอจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าคือ อาร์เซน่อล กำลังร้อนเงิน เพื่อเอาไปกระชากดาวเตะใหม่ที่ตัวเองต้องการ หลังจากมีรายงานว่าเบื้องบนของสโมสร เดอะ กันเนอร์ส อนุมัติงบประมาณในการซื้อตัวผู้เล่นใหม่ให้แค่ 45 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งเงินเพียงแค่นี้ในยุคปัจจุบันคงไม่มีทางคว้านักเตะระดับดาวดังมาร่วมทีมแน่ๆ

เป้าหมายของ อาร์เซน่อล ตามที่เป็นข่าวคือ วิลฟรีด ซาฮา ดาวเตะตีนไฟของ คริสตัล พาเลซ ไม่ใช่ผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คที่ตัวเองมีปัญหามากที่สุดนะครับ

“ดิ อีเกิ้ลส์” เพิ่งสูญเสียกำลังสำคัญอย่าง อารอน วาน-บิสซาก้า ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยได้ค่าเสียหายมา 50 ล้านปอนด์ หากมีอันต้องเสียผู้เล่นที่เป็นตัวหลักไปอีกก็ต้องเรียกค่าตัวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้!!

ขออนุญาตอุทานเป็นภาษามอนเตเนโกรว่า “เจ๊ต…เข้” และขอนรกเบื้องล่างทรงเป็นพยายว่ามันเป็นค่าตัวที่บ้าบอคอแตกมากนะครับ ความจริงแค่ 50-60 ล้านก็น่าจะสมเหตุและสมผลแล้ว

สมมุติว่ามีการเจรจากันจริงๆ ระหว่าง คริสตัล พาเลซ กับ อาร์เซน่อล คาดว่าค่าตัวของดาวเตะผู้นี้น่าจะลดลงมาเหลือสักประมาณ 70-80 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ยังถือว่าแพงเกินจริงอยู่ดี

ปัญหาคือ อูไน เอเมรี่ ได้รับงบประมาณในการจ่ายตลาดจากเบื้องบนของสโมสรเพียง 45 ล้านปอนด์

ลำพังเงินเท่านี้คงซื้อได้แค่ขาเพียงข้างเดียว ดังฉะนั้นหากอยากจะ “เอานะ” ให้ได้ก็ต้องขายของเก่าออกไปด้วย ซึ่งการยอมขายกองหน้าระดับดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกของตัวเองก็น่าจะทำเงินได้มหาศาลพอสมควร

มกราคม 2018 อาร์เซน่อล กระชาก ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง มาจาก ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ แพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร โดยลงเล่นในเครื่องแบบของไอ้ปืนใหญ่ไปแล้ว 65 นัด ทำได้ 41 ประตู ซึ่งถือเป็นสถิติที่ไม่เลวเลยทีเดียว

ปัจจุบันกองหน้าผู้นี้มีอายุ 30 ขวบแล้วนะครับ หากปักป้ายขายในตอนนี้ราคาน่าจะเหลือสักประมาณ 50 ล้านปอนด์เป็นอย่างต่ำ

ขณะที่ วิลฟรีด ซาฮา อายุเพิ่ง 26 เท่านั้น แม้จะไม่ใช่นักล่าตาข่ายโดยตรง แต่บางที อาร์เซน่อล อาจมองว่าตัวเองมีหัวหอกอย่าง อเล็กซองด์ ลากาแซทท์ อยู่ในทีมอยู่แล้วจึงต้องการตัวรุกริมเส้นแท้ๆ มาเสริมมากกว่า ซึ่งในหลักการทำธุรกิจของท่านประธานสโมสร หากขายผู้เล่นของตัวเองที่อายุ 30 แล้วได้ในราคาเท่าเดิม หรือขาดทุนเล็กน้อย หรือโชคดีทำกำไรได้ พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะปล่อยออกไป เพราะหากเก็บไว้ ราคาก็จะตกลงเรื่อยๆ เหมือนรถเก่านั่นแหละ

ทีนี้มาดูทาง แมนฯ ยูไนเต็ด บ้างว่าพวกเขาต้องการหัวหอกคนใหม่หรือเปล่า?

ตอนนี้ โรเมลู ลูกากู ยังคงเป็นสมาชิกในหน่วยล่าสังหารของทีมปีศาจแดงอยู่นะครับ ด้วยพวกเขายังตกลงค่าตัวกับทาง อินเตอร์ มิลาน ไม่ลุล่วงแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตกลงกันได้หรือเปล่า

เบื้องต้นจึงยังไม่มีความจำเป็นสักเท่าไหร่

ต่อเมื่อดูจากฟอร์มการเล่นและผลงานของ “พี่ตู้” ที่รับใช้ท่านซาตานมา 2 ฤดูกาลเต็ม ลงเล่นไปทั้งหมด 96 นัด (ทุกรายการ) ทำได้ 42 ประตู ขอเรียนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องการศูนย์หน้าคนใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมเหมือนกันนั่นแหละ

เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคิดถึงบรรดากองหน้าของปีศาจแดงในอดีตอย่าง เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, รุด ฟาน นิสเตลรอย, เท็ดดี้ เชอริงแฮม, ดไวท์ ยอร์ค หรือ แอนดี้ โคล และโดยไม่เว้นแม้แต่กุนซือคนปัจจุบันอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แล้ว ดูเหมือน โรเมลู ลูกากู จะไม่ค่อยเข้าพวกสักเท่าไหร่

แต่เป้าหมายต่อไปของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือผู้เล่นในตำแหน่งที่เป็นจุดอ่อนของตัวเองอย่างเซ็นเตอร์แบ็ค แถมยังต่อให้เสีย “พี่ตู้” ไปจริงๆ พวกเขาก็ยังมี มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่สามารถเล่นเป็นหัวหอกตัวเป้าทดแทนได้อย่างไม่ขัดเขินอีกต่างหาก